Login | thai-learning | Privacy Policy | About Us |

Thai Learning | ทฤษฎี IS ขั้นสูง | เว็บไทย | สารสนเทศวิทยานิพนธ์ | หนังสือรามคำแหงทั้งหมด | เกี่ยวกับผู้จัดทำ | บทกลอน |
วิชาที่เรียน 1/2555
   เมนูหลักวิชาเรียน 1/2555
   การโปรแกรมเว็บสารสนเทศ ฯ
   การโปรแกรมงานภูมิศาสตร์ ฯ
   โปรแกรมสำหรับงานสารสนเทศ
   อินเตอร์เน็ตและการบริการ สารสนเทศบนเว็บ
   บรรยากาศ เทอม 1-2555
โปรแกรมที่ผมพัฒนาครับ
   เมนูหลักโปรแกรมที่ผมพัฒนา
   ถอดรหัสผ่าน M$-Access
   ระบบการเข้าเรียนและให้คะแนน
   การทำงานของ Adder Logic
   ปรับระดับเสียงโวลุ่ม ด้วย CLI
   เกมส์เลื่อนภาพแสนสนุก vb6
บทความที่ผมเขียนครับ
   เมนูบทความ
   ภาษาซีสำหรับผู้เริ่มต้น
   ไมโครคอนโทรเลอร์เบื้องต้น
   ไมโครคอนโทรลเลอร์จำลอง
   การกำเนิดกระแสไฟฟ้าอย่างง่าย
   ควบคุมแรงดัน 0-220 โวลท์
   Graphics LCD ด้วย CCSC
   การออกแบบ PCB ด้วย Orcad
   การออกแบบ PCB ด้วย Protel
   ไพธอนส่งเมล์ด้วย GPRS
   ไพธอนควบคุม LCD ผ่าน LPT
   ควบคุม LPT ด้วย Labview
   อิมเมจโปรเซสซิ่ง ตอน 1/3
   อิมเมจโปรเซสซิ่ง ตอน 2/3
   อิมเมจโปรเซสซิ่ง ตอน 3/3
   ภาษาซีบนลินุกซ์สมองกลฝังตัว
   การใช้งาน MinGW เบื้องต้น
   ภาษาซี ARM-LPC2368
   ออกแบบ FPGA ด้วย Schematic
   ออกแบบ FPGA ด้วยภาษา VHDL
   ออกแบบ PCB เทคนิค Dryfilm
   เขียนโปรแกรม Python GUI
   การติดตั้ง NumPy 1.6.1
   เขียนไพธอนถอดรหัส MDB
   วิชวลเบสิค ควบคุมกล้อง
   สังเคราะห์ภาพกราฟิก pov-ray
   อิมพอร์ท MySQL ด้วย BigDump
   ติดตั้ง postgresql และ phppgadmin บน centos linux
   การใช้งานเธรดด้วยภาษา PHP
   การสังเคราะห์สีให้ไวยากรณ์ภาษา
   การสร้าง Search Engine
   เขียนไพธอน Client/Server
   การสร้างพาทิชั่นที่ใหญ่กว่า 3TB บนลินุกซ์ (Ubuntu)
   การรันสคริปต์ CGI ด้วยภาษาไพธอน
   การใช้งานคำสั่ง DD บน Ubuntu - Linux
   การใช้งาน Raspberry Pi
   การเอ็กซีคิวส์ + การจัดเรียงแอพฯในลินุกซ์
   X11 ด้วย Xming และ Putty
   TITAN5 บน Ubuntu - Linux
   รหัสจังหวัดทั่วโลก + เรดาร์
   การควบคุมเว็บบราวเซอร์ผ่าน SELENIUM ด้วยภาษาไพธอน
โปรแกรมภาษา
   เมนู VB-Classic
   ฟังก์ชั่น Visual Basic
   คำสั่ง Visual Basic
   ตัวแปรภาษาไพธอน (ขั้นสูง)
   โมดูลต่าง ๆ ภายในภาษาไพธอน
ข่าวสารไอที
   กูเกิ้ลเปิดตัว Tablet 7 นิ้ว
   อินเดีย IIT เปิดตัว Tablet
   RaspBerry PI สมองกลฝังตัว
   คอมพิวเตอร์จิ๋ว
บริการสารสนเทศ
   ไทยเว็บ 2012
   เว็บไทย
   ฐานข้อมูล วิทยานิพนธ์
   รวมคำศัพท์ภาษาไทย
   เคยฟังมั้ย - เพลงมาร์ช มมส
   ประวัติศาสตร์ชาติไทย หลวงปู่ฤาษีลิงดำ
   เพลงน้อมใจปล่อยวาง 1
   เพลงน้อมใจปล่อยวาง 2
   เพลงน้อมใจปล่อยวาง 3
เกี่ยวกับเรา
   เกี่ยวกับผู้ก่อตั้ง
   บทกลอนที่ผมแต่งครับ..
   แลกลิงค์กับเรา ที่นี่
   รายละเอียดแม่ข่าย
   ดาต้าเซนเตอร์ (Data Center)
   เงื่อนไขการใช้งาน

  
 

ภาษาซีสำหรับผู้เริ่มต้น
เขียนเมื่อ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
เขียนโดย อ.จักรกฤษณ์ แสงแก้ว สาขาสารสนเทศศาสตร์ คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม


ข้าพเจ้าหลับตาลงแล้วนึกย้อนกลับไปในวันแรกที่ตนสนใจที่จะเรียนรู้คอมพิวเตอร์ วันที่ 12 สิงหาคม 2535 คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของข้าพเจ้า ในยุคนั้นคอมพิวเตอร์ในเมืองไทยนับเป็นเครื่องมือสำหรับบุคคลบางกลุ่มบางพวกเท่านั้น ได้แก่กลุ่มนักวิจัยและครูบาอาจารย์ในสายเทคโนโลยีระดับสถาบันหรือมหาวิทยาลัยภายในประเทศไทย   คอมพิวเตอร์ในยุคแรก ๆ ที่ผมเริ่มต้นใช้ สามารถแสดงสีได้เพียงสีเดียว คือ สีเขียว เรียกว่าจอภาพแบบ Monochrome (Mono แปลว่าหนึ่ง Chrome แปลว่า สี) ในวันนั้นผมยังคงเป็นนักศึกษาหนุ่มที่มีความปรารถนาอยากรู้อยากเห็น และได้ถามประโยคหนึ่งกับ อ.ที่ปรึกษาว่า "อาจารย์ครับ.. เครื่องที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะอาจารย์ คืออะไรหรือครับ ?" เสียงตอบจากท่านอาจารย์ "อ้อ.. เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์" ผมถามกลับไปด้วยความสงสัย "มันใช้งานอยากหรือเปล่าครับ ?" คำตอบคือ "อืม.. ไม่ยากหรอก ถ้าสนใจเฮาสิสอนให้" (เฮา หมายถึง ผม หรือ เรา แทนผู้พูด) นับจากนั้นเป็นต้นมา ผมจึงได้เริ่มก้าวสู่เส้นทางสายคอมพิวเตอร์มาโดยตลอด   ในปีนั้น (พ.ศ. 2535) คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมีฮาร์ดดีกส์ซึ่งเป็นแหล่งเก็บข้อมูลซึ่งมีขนาดเพียง 10 MB เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันนี้ ผมยังจำได้ว่าระบบปฏิบัติการที่ใช้คือ DOS 2.0 ของบริษัทไมโครซอฟต์ โดยเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาครั้งแรก จะปรากฎข้อความบนจอภาพคอมพิวเตอร์ดังนี้



ถัดจากนั้นแสดงข้อความดังนี้



เมื่อเคาะ Enter 2 ครั้งจะเข้าสู่ DOS PROMPT ดังนี้



ในยุคนั้นบรรดาผู้ใช้คอมพิวเตอร์ภายในประเทศไทยนิยมพิมพ์เอกสารด้วยโปรแกรม CW หรือ RW ซึ่งเป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นโดยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลราชวิถี ผมเชื่อว่า นักคอมพิวเตอร์หรือเด็ก ๆ สมัยใหม่ส่วนมากไม่รู้จัก CW และ RW   ผมนับได้ว่าอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างระบบ DOS และ Windows และเป็นช่วงเวลา ที่ได้เรียนรู้ระบบใหม่และเก่าในเวลาเดียวกัน   สมัยก่อนนั้นการสร้างไฟล์ หรือสร้างโฟล์เดอร์จะต้องเข้าใจโครงสร้าง และชุดคำสั่งที่ใช้ในการจัดการเกี่ยวกับไฟล์และโฟลเดอร์ทั้งหลาย ปัจจุบันนี้นักคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่รู้จักการสร้าง Folder หรือลบและคัดลอกไฟล์ด้วยการลากรูปภาพกราฟิกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น นั่นคือความแตกต่างระหว่างช่วงรอยต่อดังกล่าว !!

ปัจจุบันนี้เราสามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ด้วยการกระทำกับภาพกราฟิกได้อย่างสะดวกสบายกว่าในอดีตมากมายนัก แต่เมื่อเราต้องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิ่งที่เรามองข้ามไปคือ ชุดคำสั่งเก่า ๆ ก่อนที่จะมีระบบกราฟิกอย่างทุกวันนี้   ดังนั้น ในความคิดส่วนตัวของผม เชื่อเหลือเกินว่าโปรแกรมเมอร์ หรือผู้ที่ปรารถนาจะเขียนโปรแกรมสำหรับวินโดวส์ ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงการเรียนรู้คำสั่ง DOS ไปได้   ดังนั้นก่อนที่ท่านจะได้ศึกษาการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา C ผู้เขียนขออนุมานว่าท่านมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ DOS มาพอสมควร หากท่านยังไม่รู้จัก DOS ท่านควรจะหาโอกาสศึกษาคำสั่งเหล่านั้นเพิ่มเติมเป็นอันดับแรก   ในครั้งแรกที่ผมเริ่มเขียนโปรแกรมนั้น ได้เขียนจดหมายส่งมายังเพื่อนที่กรุงเทพฯ พร้อมร้องขอให้เพื่อนส่งภาษาซีมาให้ ใช้เวลาร่วม ๆ หนึ่งสัปดาห์ แต่ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีก้าวหน้าไปกว่าก่อนมากมายนัก เราสามารถเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์สู่ระบบ Global Network และสามารถค้นหา ดาวน์โหลดภาษาซี เพื่อติดตั้งได้อย่างง่ายดาย   สมัยนั้น ผมใช้ Turbo C 2.0 ซึ่งมีขนาดไม่ถึง 1 MB สามารถบรรจุลงในแผ่น Disket เพียงแผ่นเดียว โปรแกรมแรกที่ผมเขียน เพื่อต้องการแสดงคำว่า Hello World ให้ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีโค๊ดภาษาซีดังนี้


ผลลัพธ์ของโปรแกรมดังกล่าวจะแสดงคำว่า Hello World ให้ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ หลายคนอาจจะหัวเราะในใจว่า ศึกษามาตั้งเยอะแยะ เพียงแค่แสดงข้อความให้ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์เท่านี้เองหรือ ? แต่ในความเป็นจริง เราสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้มากกว่านั้นอีกมากมาย ผมจึงได้เขียนโค๊ดอีกอันหนึ่ง โดยให้แสดงคำว่า Hello World อย่างไม่รู้จบสิ้น ด้วยโค๊ดภาษาซีดังนี้

 

ในตอนเริ่มต้นนี้ผู้อ่านจะรู้สึกอยากลองเขียนภาษาซีมากขึ้น ต่อไปผมจะได้พาท่านผู้อ่าน ไปดูวิธีการเขียนโปรแกรมตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งสามารถสั่งให้มันทำงานได้ ผมมารู้ทีหลังว่า ภาษาซีมีอยู่หลายตัวด้วยกัน เพราะว่าแต่ละตัวถูกผลิตขึ้นมาจากบริษัทต่าง ๆ มากมาย ได้แก่
- Microsoft C ของบริษัทไมโครซอฟต์
- TC และ TC++ ของบริษัท Borland
- BC และ BC++ ของบริษัท Borland
- Keil C (อ่านว่า เคียว) ของบริษัท Keil
- Pic C ของบริษัทไมโครซิป
- Visual C++ ของบริษัทไมโครซอฟต์
- Quick C ของบริษัทไมโครซอฟต์
- ภาษาซี ในระบบปฏิบัติการ UNIX

นอกจากนั้นยังมีภาษาซีอีกหลากหลายบริษัทเหลือเกิน แต่ทั้งหมดนั้น ยังคงใช้หลักการเขียนโปรแกรมอันเดียวกันทั้งสิ้น

เขียนโปรแกรมภาษาซีในระบบ UNIX

  ระบบ UNIX เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Multi User คืออนุญาตให้ผู้ใช้หลายคน เชื่อมต่อเข้ามายังคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและเรียกใช้งานโปรแกรมภายในระบบคอมพิวเตอร์ได้ การเชื่อมต่อของระบบ UNIX ผมจะไม่ขอกล่าวถึง แต่ในครั้งแรกที่เราเข้าสู่ระบบ UNIX จำเป็นต้องป้อนชื่อ Account และ Password ให้ถูกต้องตามลำดับ ปัจจุบันนี้ระบบปฏิบัติการ Windows NT , Window2000 และ XP สามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Unix ได้ด้วยโปรแกรม Telnet ซึ่งมีอยู่ในคอมพิวเตอร์เหล่านั้นอยู่แล้ว คอมพิวเตอร์ที่ผมทำงานอยู่นี้ต่อเชื่อมกับระบบเน็ตเวอร์ค ดังนั้นผมจะทดลองใช้คำสั่ง Telnet ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าว ด้วยการใช้คำสั่งดังนี้

ขั้นที่ 1 ล็อกออนเข้าสู่เครื่องที่ใช้ UNIX
  สมมติว่าเราต้องการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ปลายทางหมายเลข 202.47.249.6 ซึ่งจากตัวอย่างนี้คอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าวตั้งอยู่ที่การสื่อสารแห่งประเทศไทย เขตไปรษณีย์กลางบางรัก กรุงเทพมหานคร ฯ และเครื่องที่ผมใช้งานขณะนี้ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ผมต้องการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ Unix ที่ตั้งอยู่ไปรษณีย์กลางบางรัก และผมมี User และ Password สามารถทำได้โดยการเรียกใช้โปรแกรม Telnet (โปรแกรมควบคุมคอมพิวเตอร์ระยะไกล ปัจจุบันไม่นิยมเพราะไม่ปลอดภัยและหันมาใช้ SSH แทน) โดยคลิ๊กที่ Start > Run ดังภาพด้านล่าง

ขั้นที่ 2 เรียกใช้โปรแกรม Telnet
  โปรแกรม Telnet ที่ใช้เป็นของบริษัทไมโครซอฟต์ เราสามารถเรียก Telnet ตามด้วยหมายเลข IP Address ของเครื่องแม่ข่ายปลายทางได้ ในกรณีนี้คอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เราต้องการเชื่อมโยงเข้าไป มีหมายเลข IP 202.47.249.6 ดังนั้น สามารถเรียกโปรแกรมให้ทำงานได้ดังนี้

ขั้นที่ 3 พร้อมหรือยังที่จะล็อกออนเข้าสู่ระบบปฏิบัติการ Unix
  เมื่อการเชื่อมต่อสมบูรณ์ขั้นตอนถัดไปเราต้องป้อนชื่อผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของระบบ Unix และรหัสผ่าน เมื่อป้อนชื่อ Account และรหัสผ่านถูกต้องจะปรากฎข้อความต้อนรับดังนี้

Last login: Thu Jul 24 15:15:13 from 202.47.250.36
Sun Microsystem Inc. SunOS 5.8 Generic February 2000
$

ขั้นที่ 4 เริ่มต้นเขียนซอร์สโค๊ด
  ในการเริ่มต้นเขียนซอร์สโค๊ดภาษาซี เราจะใช้คำสั่ง cat > filename เพื่อสร้างเท็กซ์ไฟล์ขึ้นมา คำสั่ง cat > เปรียบได้เหมือนกับคำสั่ง copy con ในดอส หากท่านไม่เข้าใจว่าคำสั่งดังกล่าวทำอะไร ขอให้ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม แต่ตอนนี้ขอให้ท่านจำไว้ก่อนว่า
คำสั่ง cat > hello.c ใช้ในการสร้างเท็กซ์ไฟล์ได้

ขั้นตอนต่อไปคือพิมพ์ซอร์สโค๊ด ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

  ให้ท่านพิมพ์ตามโค๊ดสีเขียวด้านบน และเมื่อต้องการขึ้นบรรทัดใหม่ให้กดแป้น Enter เสมอ ในขณะที่บรรทัดสุดท้ายเราจะต้องกดแป้น Ctrl + d (กดแป้น Ctrl ค้างไว้ แล้วตามด้วยการกดแป้น d หนึ่งครั้ง) เพียงเท่านี้เราสามารถสร้างไฟล์ชื่อ hello.c โดยมีรายละเอียดซอร์สโค๊ดตามตัวอย่างด้านบนได้แล้ว

ขั้นที่ 5 เริ่มต้นการคอมไพล์
  การคอมไพล์จะใช้คำสั่ง gcc หรือ cc ก็ได้ โดยใช้คำสั่งดังนี้ gcc helloworld.c ถ้าคอมไพล์ไม่ผ่านตัวคอมไพล์เลอร์จะแจ้งข้อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นภายในซอร์สโค๊ดของเรา เนื่องจากภาษาซีเป็นโปรแกรม Case Sensitive หมายถึงตัวอักขระเล็กหรือใหญ่ถือว่าเป็นคนละตัวกัน ดังนั้นผู้อ่านต้องระมัดระวังในรายละเอียดส่วนนี้ด้วย

ขั้นที่ 6 เริ่มต้นสั่งให้โปรแกรมของเราทำงาน
  โปรแกรมที่คอมไพล์ผ่านแล้วจะมีชื่อว่า a.out ดังนั้นเราสามารถสั่งให้ไฟล์ a.out ทำงานได้โดยตรง แต่เนื่องจากการระบุถึงไฟล์ในไดเร็คทอรี่ปัจจุบันในระบบ unix ต้องอ้างด้วยเครื่องหมาย ./ (จุดตามด้วยสแลส) เสมอ ดังนั้นเมื่อเราจะสั่งให้ไฟล์ a.out ทำงานจึงต้องพิมพ์ให้เต็มด้วยคำว่า ./a.out โปรแกรมจึงจะทำงานได้อย่างถูกต้อง และให้ผลลัพธ์จะแสดงคำว่า Hello World ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์

  รายละเอียดเกี่ยวกับการคอมไพล์ภาษาซีบนระบบปฏิบัติการ Unix ผู้เขียนขอกล่าวเอาไว้เพียงเท่านี้ ถ้าผู้อ่านยังไม่เข้าใจขบวนการที่ได้กล่าวไปแล้ว ผู้เขียนขอแนะนำให้ท่านทดลองศึกษาและติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux ด้วยตัวท่านเองจากนั้นทดลองใช้ระบบดังกล่าวสักระยะ ผู้เขียนเชื่อว่าเมื่อท่านกลับมาอ่านสิ่งที่ผู้เขียนได้กล่าวไปแล้ว จะทำให้ท่านเข้าใจและสามารถคอมไพล์และรันโปรแกรมภาษาซีได้อย่างสมบูรณ์

ปล. รายละเอียดเกี่ยวกับภาษาซีในระบบ Unix ยังมีอีกมากนัก ที่ได้กล่าวไปนั้นเป็นเพียงหลักการในเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้โปรแกรมเมอร์สามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็ว

เขียนโปรแกรมภาษาซีด้วย Turbo C

ขั้นที่ 1 ก่อนอื่นต้องดาวน์โหลดโปรแกรม TC เป็นลำดับแรก ผู้เขียนอนุมานว่าผู้อ่านไม่มีประสบการณ์ในการติดตั้ง TC ดังนั้นหากท่านสามารถติดตั้งได้เอง โปรดข้ามหัวข้อนี้ไป เพื่อเข้าสู่เนื้อหาที่ Advanced มากขึ้น เริ่มต้นโดยให้ผู้อ่านเปิดโปรแกรม Windows Explorer และคลิ๊กที่แถบ URL ด้านบน พิมพ์คำว่า http://www.sptc.ac.th/nprotech/articles/C0001/TC.zip ดังภาพต่อไปนี้

ขั้นที่ 2 เมื่อพิมพ์ URL ครบแล้วให้ท่านกด Enter หนึ่งครั้งเพื่อ Download File TC.zip ซึ่งจะปรากฎผลลัพธ์ดังนี้
- ถ้าท่านต้องการเปิดไฟล์ คลิ๊ก Open
- ถ้าต้องการบันทึกไฟล์ คลิ๊ก Save
- ถ้าต้องการยกเลิกการดาวน์โหลดคลิ๊ก Cancel
- ถ้าต้องการข้อมูลมากกว่านี้ คลิ๊ก More Info

ขั้นที่ 3 เลือก Save และคลิ๊กลูกศรชี้ลง ตลอดจนเลือก ไดวร์ C: ดังภาพต่อไปนี้
ผู้เขียนต้องการให้ท่านเลือกไดเร็คทอรี่เพื่อเก็บไฟล์เอาไว้ที่ C:\ เพราะว่าภายในโปรแกรมดังกล่าวนี้ ได้ทำการตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการคอมไพล์ไว้ในไดเร็คทอรี่ C:\TC ดังนั้น หากท่านขยายไฟล์ผิดตำแหน่ง จะทำให้ไม่สามารถคอมไพล์ได้ วิธีแก้ทำได้โดยการปรับเปลี่ยนที่เมนู Directory ให้ตรงกับไดเร็คทอรี่ที่ท่านได้เก็บไฟล์ไว้ยังตำแหน่งที่ท่านต้องการ แต่ถ้าท่าน ทำตามวิธีที่ผู้เขียนแนะนำ ท่านไม่ต้องทำการปรับแก้ค่าตัวเลือกใด ๆ ผู้เขียนจะกล่าวถึงรายละเอียดส่วนนี้ในบทต่อ ๆ ไป ตอนนี้ต้องการให้ผู้อ่านสามารถคอมไพล์โค๊ดภาษาซีได้เท่านั้น ดังนั้นท่านควรปฏิบัติตามแนวทาง ที่ได้แสดงเอาไว้ในบทความชุดนี้อย่างเคร่งครัด เว้นเสียแต่ท่านเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนกำลังอธิบายนี้แล้ว จึงสามารถดูผ่าน ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ขั้นที่ 4 เริ่มต้นการดาวน์โหลด ภาพด้านล่างนี้ แสดงการดาวน์โหลดไฟล์ ขณะนี้ เครื่องที่ผู้เขียนใช้งานอยู่บนระบบ LAN จึงสามารถโหลดไฟล์ดังกล่าวด้วยความเร็วสูงกว่าการโหลดด้วย Modem ธรรมดา สังเกตที่อัตราการ Transfer rate ที่ 31.0KB/Sec หากเป็นโมเดมธรรมดาจะอยู่ที่ประมาณ 5 KB/Sec

ขั้นที่ 5 เมื่อดาวน์โหลดเสร็จแล้วคลาย Zip ไฟล์ TC.zip ที่โหลดมาแล้วด้วยการคลิ๊กขวา ดังภาพต่อไปนี้
สังเกตว่าไฟล์ที่เราโหลดมานั้นมีชื่อว่า TC.zip ผู้เขียนต้องการให้ท่าน Save เอาไว้ที่ไดรว์ C:\ และคลาย Zip ออกไปไว้ที่โฟล์เดอร์ C:\TC

ขั้นที่ 6 ดับเบิ้ลคลิ๊กโฟลเดอร์ C:\TC ไฟล์ที่คลาย Zip เรียบร้อยแล้วจะเก็บไว้ที่โฟล์เดอร์ C:\TC และภายในไดเร็คทอรี่ดังกล่าวจะประกอบด้วยโฟล์เดอร์ C:\TC\INCLUDE และ C:\TC\LIB รายละเอียดส่วนนี้จะกล่าวถึงอีกครั้งในบทหลัง ๆ แต่ตอนนี้ให้ท่านเข้าใจเพียงว่า ภายในโฟล์เดอร์ ทั้งสองจะเก็บไฟล์ ที่มีนามสกุล .H และ .LIB เอาไว้ในโฟล์เดอร์ทั้งสองตามลำดับ

ขั้นที่ 7 เรียกให้ Turbo C ทำงานโดยคลิ๊กที่ไฟล์ TC ดังภาพต่อไปนี้ ความจริงในขั้นตอนนี้ผู้อ่านสามารถคลิ๊ก Start > Run และพิมพ์คำว่า C:\TC\TC.EXE จากนั้นกดแป้น Enter ซึ่งจะให้ผลเช่นเดียวกับขั้นตอนนี้ กล่าวคือเรียกให้ Turbo C ทำงานและพร้อมจะเขียนโปรแกรมและคอมไพล์ต่อไป

ขั้นที่ 8 เมื่อไฟล์ TC.EXE ถูกเรียกให้ทำงานจะปรากฎผลลัพธ์ดังนี้ ภาพด้านล่างนี้เป็นหน้าจอของโปรแกรม TC ถ้าผู้อ่านต้องการให้โปรแกรมแสดงผลเต็มจอ สามารถกดแป้น Alt + Enter (กด Alt ค้างไว้ แล้วตามด้วย Enter หนึ่งครั้ง) จะเป็นการสลับไปมาระหว่างโหมด Full Screen กับโหมด Windows และในทำนองเดียวกัน ถ้าต้องการสลับกลับมายังโหมดวินโดวส์ธรรมดา ให้กด Alt + Enter ได้เช่นเดียวกัน

ขั้นที่ 9 พิมพ์โค๊ดภาษาซี ในขั้นตอนนี้ผู้อ่านจะต้องกด Esc ซ้ำ ๆ สักสองสามครั้งเพราะว่า กำลังอยู่ในสถานะการเลือกเมนู การกด Esc จะทำให้กลับมายังจอภาพที่ใช้ในการแก้ไขโค๊ด จากนั้นผู้อ่านจึงเริ่มต้นพิมพ์โค๊ด ตามตัวอย่างด้านล่างนี้

ขั้นที่ 10 ทำการคอมไพล์ด้วยการกด Alt + R แล้วกด Enter หนึ่งครั้ง ขั้นตอนนี้อาจจะกด Ctrl + F9 จะปรากฎผลเช่นเดียวกัน ในขั้นตอนนี้เรายังไม่ได้บันทึกไฟล์เป็น Helloworld.c ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้จะสร้างไฟล์ชื่อว่า noname.exe ซึ่งก็จะให้ผลลัพธ์อันเดียวกัน ขั้นตอนต่อไปจะแสดงการบันทึกแฟ้มข้อมูล

ขั้นที่ 11 ออกจากโปรแกรม TC โดยการกด Alt + Q หรือกด Alt + F และเลื่อนลูกศรมาที่ Quit ให้ผลเช่นเดียวกัน เนื่องจากเรายังไม่ได้บันทึกแฟ้มข้อมูล เมื่อทำการออกจากโปรแกรม คอมไพล์เลอร์จะถามว่าต้องการบันทึกซอร์สโค๊ดหรือไม่ ให้ตอบตามความต้องการของท่าน ในกรณีตัวอย่างนี้เราจะบันทึกไฟล์เก็บไว้ในชื่อ helloworld.c

ขั้นที่ 12 ก่อนที่จะจบการทำงานโปรแกรมภาษาจะถามเราเกี่ยวกับการบันทึกไฟล์ ถ้าปรารถนาจะบันทึกให้กด Yes อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วในขั้นตอนนี้ ผู้อ่านจะบันทึกหรือไม่บันทึกขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง แต่บทความนี้สำหรับผู้เริ่มต้น เราจะบันทึกไฟล์ชื่อ helloworld.c ดังนั้นกด Y เพื่อบอกคอมไพล์เลอร์ว่า เราต้องการบันทึกซอรส์โค๊ด

ขั้นที่ 13 ตั้งชื่อไฟล์ว่า helloworld.c จากนั้นกดแป้น Enter หนึ่งครั้ง เนื่องจาก TurboC 2.0 สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์ระบบเก่า คือตั้งได้ 8 ตัว และนามสกุล 3 ตัว ดังนั้น จะเกิดการตัดคำอัตโนมัติให้เหลือเพียงคำว่า hellowor.c แทนที่จะเป็น helloworld.c

ขั้นที่ 14 ในขั้นตอนที่ผ่านมาเราได้คอมไพล์โค๊ดภาษาซีเสร็จแล้วต่อไปต้องการรันโค๊ดใน DOS Prompt ขอให้ท่านเลือก Start > Run ในขั้นตอนนี้ท่านผู้อ่านสามารถคลิ๊ก Start > Run และพิมพ์คำว่า C:\TC\noname.exe ซึ่งจะให้ผลเร็ว และจะปิดวินโดวส์ไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเราจึงควรจะออกไปที่ DOS Prompt ด้วยการพิมพ์คำสั่ง Start > Run และพิมพ์ CMD ซึ่งคำสั่ง CMD จะมีสำหรับวินโดวส์ NT และ 2000 และ XP เท่านั้น ไม่สามารถใช้คำสั่ง CMD ในวินโดวส์ที่ต่ำกว่าที่กล่าวมาได้ ดังนั้นถ้าเป็นระบบปฏิบัติการตัวเก่า ท่านต้องเปลี่ยนมาพิมพ์คำว่า Command เต็ม ๆ แทนคำว่า CMD

ขั้นที่ 15 พิมพ์คำสั่ง cmd เพื่อไปยัง Dos Prompt ดังที่ได้กล่าวไปแล้วคำสั่ง CMD ใช้ได้เฉพาะใน NT, 2000 และ XP เท่านั้น ถ้าจะให้ทำงานได้ในระบบปฏิบัติการรุ่นเก่าต้องพิมพ์คำว่า Command แทน CMD

ขั้นที่ 16 ได้ผลลัพธ์ดังต่อไปนี้ คำสั่ง CMD จะเป็นโปรแกรมที่บอกให้ระบบปฏิบัติการรับคำสั่ง DOS เหมือนในระบบเดิม เพียงแต่ว่า CMD ต่างจาก Command ตรงที่เราสามารถใช้ลูกเล่นต่าง ๆ ได้ เช่นใช้คำสั่ง cd \win* ซึ่งจะหมายถึงเข้าไปในไดเร็คทอรี่อะไรก็ได้ที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า win เป็นต้น ซึ่งแท้จริงเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของ Command ให้ดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนั้น CMD ยังสามารถ ใช้เมาส์ลากตัวอักษรบริเวณที่เราต้องการแล้วคลิ๊กขวา เพื่อคัดลอกข้อความนั้นเอาไปยังคลิปบอร์ด ได้อีกด้วย หรือถ้าคลิ๊กลงบนพื้นที่ Console ก็จะหมายถึงการวางข้อความที่อยู่ในคลิปบอร์ดลงในพื้นที่ Console เป็นต้น รายละเอียดส่วนนี้ศึกษาได้จากคู่มือการใช้งานคำสั่ง CMD ใน Online Help ของวินโดวส์

ขั้นที่ 17 พิมพ์คำสั่ง cd \tc เพื่อเข้าไปยังไดเร็คทอรี่ TC จากนั้นพิมพ์คำว่า HELLOWOR.EXE เนื่องจาก TC2.0 สนับสนุนการตั้งชื่อไฟล์เพียง 8 ตัว ดังนั้นจะมีชื่อเพียง HELLOWOR เท่านั้น ผลลัพธ์ของการ Execute จะให้ผลคือคำว่า Hello World ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์

ขั้นที่ 18 ผลลัพธ์ของการคอมไพล์จะปรากฎคำว่า Hello World ปรากฎบนจอภาพคอมพิวเตอร์ ขอให้ ท่านผู้อ่านระลึกไว้ว่า ขณะนี้เรากำลังเรียนรู้ตัวอย่างการคอมไพล์ด้วย Turbo Cในหัวข้อต่อไป เราจะศึกษาเกี่ยวกับการคอมไพล์ภาษาซีด้วยไมโครซอฟต์วิชวลซีพลัส ๆ (Visual C++)

เขียนโปรแกรมด้วย Visual C++ 6.0

ขั้นที่ 1 ก่อนที่จะเขียนโปรแกรม Visual C++ 6.0 ผู้อ่านต้องทำการติดตั้งโปรแกรม Visual Studio 6.0
เอาไว้ภายในระบบคอมพิวเตอร์ของท่านเป็นลำดับแรก รายละเอียดการติดตั้ง Visual C++ ผู้เขียนจะไม่กล่าวถึง เพราะผู้เขียนอนุมานไว้ว่าระบบคอมพิวเตอร์ของท่านได้ติดตั้ง Visual C++ เรียบร้อยแล้ว โปรแกรม Visual C++ มาพร้อมกับชุดเต็มของ Visual Studio ซึ่งประกอบด้วย Visual C++ , Visual Basic และ InterDev

ขั้นที่ 2 เรียกโปรแกรม Visual C++ โดยการเลือก Start > Programs > Microsoft Visual Studio 6.0 ตามด้วย Microsoft Visual C++ 6.0 ดังภาพที่ปรากฎด้านล่างนี้

ขั้นที่ 3 เมื่อเข้าสู่โปรแกรมหลักของ Visual C++ จะแจ้ง Tip of the Day ให้ท่านทราบเกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ เล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับการใช้งาน Visual C++ ถ้าท่านไม่ต้องการให้ไดอะล็อกดังกล่าว ปรากฎในทุกครั้งที่เปิดโปรแกรม Visual C++ ให้คลิ๊กเอาเครื่องถูกออกจากช่อง Show tips at startup

ขั้นที่ 4 ภาพด้านล่างนี้คือหน้าจอหลักของโปรแกรม Visual C++ ซึ่งประกอบด้วย เมนูต่าง ๆ และเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย รายละเอียดดังกล่าวเกี่ยวกับเครื่องมือและเมนูต่าง ๆ จะพูดถึงในบทต่อ ๆ ไป

ขั้นที่ 5 เริ่มต้นสร้างโปรแกรมด้วยการคลิ๊กเลือก File > New หรือสามารถใช้ Ctrl + N ให้ผลลัพธ์เช่นเดียวกัน
การทำเช่นนี้หมายถึงการกำลังจะเริ่มต้นสร้างโค๊ดภาษาซีขึ้นมาใหม่ คล้ายกับการพิมพ์เอกสารใหม่ ด้วยโปรแกรมประยุกต์ทั่ว ๆ ไป

ขั้นที่ 6 เราสามารถสร้างแอพลิเคชั่นในแบบต่าง ๆ ได้มากมาย ซึ่ง Visual C++ สนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์ หลากหลาย ในขั้นตอนเบื้องต้นเราจะเลือกการเขียนโปรแกรมเพื่อทำงานที่ Dos Prompt ดังนั้นให้ผู้อ่านเลือก Win32 Console Application จากนั้นที่ช่อง Location: ให้ป้อนโฟล์เดอร์ที่ต้องการเก็บไฟล์โปรเจ็คของเรา ผู้เขียนเก็บไว้ที่ C:\VC ถัดมาในช่อง Project Name: ให้ป้อนชื่อโปรเจ็ค ตอนนี้ผู้เขียนให้โปรเจ็คนี้ชื่อว่า helloworld ดังนั้นป้อนคำว่า helloworld ลงไป เมื่อพร้อมแล้วคลิ๊กที่ปุ่ม OK

ขั้นที่ 7 ในลำดับถัดมาโปรแกรม Visual C++ จะให้เราเลือกชนิดของ Console ที่เราต้องการสร้าง ซึ่งมี 4 ชนิด คือ
- เป็นโปรแกรมว่างเปล่าที่ไม่มีซอร์สโค๊ดให้เราเลย
- โปรแกรมจะสร้างซอร์สโค๊ดง่าย ๆ ให้เรา
- โปรแกรมจะสร้างซอร์สโค๊ด Hello World แสดงข้อความง่าย ๆ ให้เรา
- โปรแกรมจะสนับสนุนการเขียนโปรแกรมด้วยชุดคำสั่ง MFC รายละเอียดส่วนนี้จะกล่าวถึงในส่วนต่อ ๆ ไป
ขอให้ผู้อ่านเลือก An empty project เพื่อสร้างโปรเจ็คเปล่า เมื่อพร้อมแล้วกดปุ่ม Finish

ขั้นที่ 8 ลำดับถัดมา Visual C++ จะแจ้งให้เราทราบรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจ็คของเรา ซึ่งโปรเจ็คของเราตั้งเก็บไว้ที่ ไดเร็คทอรี่ C:\vc\helloworld และสร้างโปรเจ็คชนิด Win32 Console กล่าวคือรันที่ Dos Prompt และมีชนิดเป็น Empty Console Application หรือโปรแกรมที่ไม่มีโค๊ดอะไรให้เรา เป็นโปรเจ็คเปล่า ๆ เอาไว้รันใน Dos เท่านั้น เมื่อรับทราบแล้วกดแป้น OK เพื่อเข้าสู่หน้าจอการเขียนโปรแกรมต่อไป

ขั้นที่ 9 คลิ๊กที่รูปกระดาษซ้ายมือด้านบน จะปรากฎวินโดวส์ชื่อ Text1 สังเกตภาพด้านล่างนี้ ประกอบด้วยวินโดวส์ย่อย ๆ หลายอัน หนึ่งในนั้นคือ Text1 ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเปล่า ท่านมองเห็นมั้ยว่า Text1 อยู่ไหน ถ้าไม่รู้ว่ามันคือตรงไหน กวาดสายตาไปทั่วทั้งรูปภาพ ถ้าท่านเห็น Text1 แล้วใช่แล้วครับมันคือ กรอบสี่เหลี่ยมที่มีสีน้ำเงินเข้มด้านบนเป็นแถบสถานะว่ากำลังถูก Active ในขณะนั้น บริเวณนี้เอง ที่เราจะใช้ในการเขียนโค๊ดภาษาซี

ขั้นที่ 10 เขียนโค๊ดแกรมภาษาซีที่นี่ในขั้นตอนนี้ผู้อ่าน เขียนโปรแกรมภาษาซีลงในวินโดวส์ชื่อ Text1 โดยพิมพ์ตามดังภาพด้านล่างนี้

ขั้นที่ 11 ในขั้นตอนถัดมาให้กดที่ปุ่ม Save (รูปแผ่น Disket) จากนั้นระบุชื่อไฟล์ว่า helloworld.c ดังภาพด้านล่างนี้ ขบวนการนี้เราเพียงกำลังบันทึกไฟล์เท่านั้น โดยเรากำหนดให้ซอร์สโค๊ดมีชื่อว่า helloworld.c

ขั้นที่ 12 เมื่อบันทึกเสร็จแล้วต่อไปเป็นการแทรกโค๊ดภาษาซีเพื่อให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็ค โดยการคลิ๊กขวา แล้วเลือก Insert File into Project และเลือกชื่อไฟล์ ซึ่งตอนนี้คือคำว่า helloworld ขอให้ผู้อ่านพิจารณาจากภาพด้านล่างนี้

ขั้นที่ 13 ขั้นตอนการคอมไพล์ ขอให้ผู้อ่านใช้เมาส์คลิ๊กที่เมนู Build และเลือก Execute helloworld.exe หรือจะคอมไพล์โดยการใช้คีย์ลัด กล่าวคือกดแป้น Ctrl + F5 ซึ่งจะหมายถึงการคอมไพล์โค๊ดเช่นเดียวกัน (อย่าลืมว่ากด Ctrl ค้างไว้แล้วตามด้วยแป้น F5 ในขณะที่แป้น Ctrl ยังคงกดอยู่ จากนั้นปล่อยมือทั้งสองข้าง ออกมาจากคีย์บอร์ด)

ขั้นที่ 14 ในการคอมไพล์ทุกครั้ง Visual C++ จะสร้างไฟล์ .EXE ทุกครั้ง ในกรณีนี้ ไฟล์ดังกล่าวยังไม่ได้สร้างขึ้นมา ดังนั้น Visual C++ จะถามเพื่อแสดงการยืนยัน ที่จะคอมไพล์ด้วยข้อความดังภาพด้านล่างนี้

ขั้นที่ 15 เมื่อคอมไพล์เสร็จแล้วโปรแกรม Visual C++ จะทำการ Execute กล่าวคือสั่งให้ไฟล์ helloworld.exe ทำงานโดยอัตโนมัติและแสดงผลลัพธ์ดังปรากฎดังภาพด้านล่าง ในตัวอย่างนี้ข้อความที่ต่อจากคำว่า Hello World จะเป็นคำว่า Press any key to continue หมายความว่าโปรแกรม Visual C++ จะอนุญาติให้โปรแกรมเมอร์ ตรวจสอบผลลัพธ์ ก่อนทุกครั้ง เมื่อโปรแกรมเมอร์ ตรวจสอบผลลัพธ์เสร็จเรียบร้อยแล้วสามารถกดแป้นใด ๆ หนึ่งครั้งเพื่อปิดหน้าจอการ Execute ไปได้ เพื่อเข้าสู่การเขียนโปรแกรมต่อไป

ขั้นที่ 16 เมื่อเขียนโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้วและต้องการจบการทำงาน ผู้อ่านสามารถคลิ๊กที่เมนู File > Exit ซึ่งคล้ายกับการจบโปรแกรมทั่ว ๆ ไป

รายละเอียดการคอมไพล์ด้วย Visual C++ ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับโปรแกรมเมอร์มือใหม่ แต่เมื่อท่านสามารถคอมไพล์ผ่านแล้วหนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าท่าน ได้ก้าวสู่อีกขั้นสำหรับการเขียนโปรแกรมด้วย Visual C++





All trademarks and trade names are the property of their respective owners and used here for identification purposes only.
Privacy Policy | Terms of service | Report a Policy Violation (0.0068 sec)